ผลงานมายากลราวกับเวทย์มนตร์ที่สร้างชื่อก้องโลกของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแสดงมายากลคงจะรู้จักกันดีกับนักมายากลระดับโลกอย่าง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นอกจากมายากลระดับอลังการงานสร้างน่าทึ่งที่เขารังสรรค์ให้ผู้ชมของเขาทุกครั้งแล้ว ยังมีการเล่าเรื่อง มีการเอนเตอร์เทนที่ดี มีมุขตลกสอดแทรก การร้องเล่นเต้นรำ ทำให้โชว์คึกคักไม่น่าเบื่อและมีหลายรสชาติ เขายังเป็นกันเองกับผู้เข้าชมโดยมักจะขออาสาสมัครจากผู้เข้าชมให้มาร่วมแสดงกับเขาทุกครั้งไป วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับโชว์ของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ที่เรียกได้ว่าอลังการงานสร้างที่สุดจนทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกกัน โชว์เสกเทพีสันติภาพให้หายไป โชว์อันอลังการของเดวิดนี้ ถือได้ว่ายิ่งใหญ่จริง ๆ โดยที่มีเทพีสันติภาพที่ใหญ่มากเป็นถาวรวัตถุตั้งอยู่ แล้วยังมีเครื่องบินที่บินขึ้นไปวนเวียนรอบศีรษะของเทพีสันติภาพ ผู้ชมก็นั่งอยู่บริเวณที่นั่งชมมีลักษณะเป็นเวทีที่อยู่ด้านหน้าเทพีอีกทีหนึ่ง ทีมงานก็จะเซ็ตเสาขึ้นมาสองด้านที่มีไฟระยิบระยับบริเวณด้านหน้าของเทพีแล้วเลื่อนผ้าสีขาวขึ้นบังตาผู้ชมไปกับเสานั้น เพียงชั่วพริบตาราวสิบวินาทีเท่านั้นที่เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ หันหลังมาคุยกับผู้ชมและหันกลับไปร่ายเวทมนตร์ ทันทีที่เขาสลัดมือผ้าก็ลดลงทันที เทพีสันติภาพองค์ใหญ่หายไปในพริบตาราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ เคยอยู่บริเวณนั้นเลย โชว์เดินทะลุกำแพงเมืองจีน เป็นอีกโชว์ที่สร้างชื่อเสียงของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ให้ฮือฮาไปทั่วโลก โดยการถ่ายทำนั้นไปที่กำแพงเมืองจีนประเทศจีนกันจริง ๆ จะมีทีมสร้างเซ็ตฉากเป็นห้องเล็ก ๆ บนเวทีขนาดเล็กทีคลุมไปด้วยผ้าสีขาวแล้วมีไฟสาดส่องให้เห็นเงาคนทะลุผ้าขาวนั้นออกมาได้ชัดเจน เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์เดินขึ้นไปในห้องสีเหลี่ยมนั้นและเดินทะลุหายเข้าไปในกำแพงโดยผู้ชมสามารถเห็นได้ว่าเงาของเขาทะลุเข้าไปแล้ว ทีมงานก็จะดึงผ้าขาวออกทันที ก็ไม่ปรากฏร่างของเดวิดอยู่ที่ฝั่งนี้แล้ว ดังนั้นทีมงานจึงต้องรีบเข็นข้ามมาที่กำแพงอีกฝั่งที่มีเวทีเล็กเซ็ตเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่มีผ้าขาวคลุมเช่นเดียวกัน ผู้ชมสามารถเห็นเงาว่ามีผู้เดินออกมาจากกำแพงเข้าสู่กล่องสี่เหลี่ยมสีขาวนั้นแล้วทีมงานก็จะทำงานดึงผ้าออก ก็เป็นอันจบการแสดงโชว์เดินทะลุกำแพงเมืองจีนที่ทำให้เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ มีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกอีกครั้ง นอกจากสองโชว์ตัวอย่างนี้ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกทึ่งในความสามารถของเขาแล้ว ยังมีโชว์อื่น ๆ อีกมากมายที่รับรองได้ว่าคุณจะมหัศจรรย์ไปกับเวทย์มนตร์ของชายผู้ที่ชื่อว่า เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นักมายากลมือหนึ่งระดับโลกนี้อย่างแน่นอน

David Copperfield

เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นักมายากลมือหนึ่งของโลก

  หากจะกล่าวถึงนักมายากลที่มีผลงานการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลุ้นระทึกไปในทุกวินาที และอลังการระดับโลกละก็ เชื่อว่าชื่อของ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ คงจะลอยมาตรงหน้าหลายท่านแน่ ๆ ผลงานการแสดงมายากลของเขานั้นสร้างความประหลาดใจให้เราได้ทุกครั้งราวกับเขามีเวทมนตร์วิเศษ วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับนักมายากลมือหนึ่งของโลกผู้นี้กัน เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ (David Copperfield) มีชื่อเดิมว่า เดวิด เซธ คอตคิน (David Seth Kotkin) เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 เดือนกันยายน ค.ศ.1956 ที่เมืองเมตรเชน รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นเพของเขานั้นเป็นคนยูเครนชาวยิวที่อพยพมาลงหลักปักฐานในอเมริกา เขามีความชื่นชอบในมายากลตั้งแต่ยังเด็กและเริ่มฝึกฝนมันตั้งแต่อายุ 12 ปี จากนั้นเมื่ออายุ 16 เขาตัดสินใจไปเรียนเพิ่มเติมด้านวิชามายากลอย่างจริงจัง จนกระทั่งเขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เมื่อมีงานในมหาวิทยาลัยทุกครั้ง เขาจะต้องได้รับเชิญให้แสดงมายากลและก็ทำได้อย่างน่าทึ่งจนกระทั่งได้รับฉายาว่า The Magic Man เอกลักษณ์การโชว์ของเขาจะมีทั้งร้อง เล่น เต้น แล้วสลับกับการแสดงมายากลไปอย่างกลมกลืนน่าทึ่ง เดวิดมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง เขาหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอจนมีความเชี่ยวชาญ จึงตัดสินใจโชว์มายากลครั้งแรกในชีวิตที่เมืองชิคาโก้ โดยใช้ชื่อของตนเองเป็นชื่อโชว์ด้วย นั่นคือชื่อ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ เป็นการแสดงโชว์ที่ยาวนานน่ามหัศจรรย์จนผู้คนกล่าวขานไปทั่ว ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งชื่อเสียงและความสำเร็จของเขาก็ว่าได้ จากนั้นสถานีโทรทัศน์เอบีซีก็ได้ติดต่อมาเพื่อให้เดวิดไปแสดงโชว์มายากลเพื่อออกอากาศแพร่ภาพไปทั่วโลก ทำให้เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ ยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้น มายากลของเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ มีความอลังการงานสร้างทุกครั้ง ไม่เคยธรรมดา ไม่เคยสร้างความผิดหวังให้กับผู้ชม หลายคนกล่าวว่าเขาคือพ่อมดที่มีเวทมนตร์จริง ๆ เพราะมายากลของเขามันวิเศษราวกับเวทมนตร์ยังไงยังงั้น มายากลที่ทั่วโลกโจษจันกันไปทั่วนั่นก็คือ การแสดงลอยตัวข้ามแกรนด์แคนย่อนราวกับมีวิชาตัวเบา การแสดงที่เสกเทพีเสรีภาพให้หายวับไปต่อหน้าต่อตา และการเดินทะลุผ่านกำแพงเมืองจีนแล้วไปโผล่อีกด้านหนึ่งราวกับเขาเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่มีเลือดเนื้อ …